
HotMove เทียบแผนธุรกิจ กูเกิล VS ไมโครซอฟท
ดูเหมือนว่าการแข่งขันในสมรภูมิธุรกิจบริการค้นหาและโฆษณาออนไลน์จะทวีความ เข้มข้นขึ้นทุกขณะหลังมีกระแสข่าวกระพือขึ้นมาเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนเกี่ยว กับข่าวไมโครซอฟท์สนใจจะซื้อธุรกิจยาฮูเพื่อขยายฐานการเติบโตแข่งกับยักษ์ ใหญ่อย่างกูเกิล ซึ่งท้ายที่สุดดูเหมือนว่าข่าวดังกล่าวก็เป็นเพียงกระแสที่พัดเลยไปเหลือ เพียงความน่าจะเป็นในลักษณะเป็นความร่วมมือกันมากกว่า แต่สิ่งที่ยังอยู่คือการขับเคี่ยวระหว่างไมโครซอฟท์และกูเกิลที่สะท้อนออก มาชัดเจนขึ้น
เริ่มจากการที่นายบิลล์ เกตส์ ประธานกรรมการบริษัทไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศอย่างแข็งขันจะทุ่มเวลาที่เหลือในการทำงานกับไมโครซอฟท์จนถึงกลางปี 2551 เพื่อพัฒนาบริการออนไลน์โดยเฉพาะซึ่งรวมถึงบริการโฆษณาออนไลน์ สะท้อนทิศทางของยักษ์ใหญ่ในธุรกิจซอฟต์แวร์ที่หันมาเอาจริงกับตลาดออนไลน์ ซึ่งตามข้อมูลของนีลสัน เน็ตเรตติ้งส์ ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งในตลาดค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตเพียง 10.1% เทียบกับกูเกิลซึ่งมีส่วนแบ่งสูงถึง 51.3% ตามด้วยยาฮูซึ่งมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 21.8%
ขณะเดียวกันนายสตีฟ บอลเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไมโครซอฟท์ยังย้ำถึงแผนขยายการเติบโตในงานประชุม ซอฟต์แวร์ 2007 ว่าไม่เพียงมุ่งที่การบริหารจัดการจากภายในองค์กรแล้ว ยังมองการซื้อกิจการเข้ามาเสริมยุทธศาสตร์รุกเข้าสู่ตลาดใหม่ซึ่งส่วนใหญ่ พุ่งเป้าไปที่กิจการขนาดเล็ก แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการซื้อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ให้ความเห็นว่าสนใจธุรกิจที่มีมูลค่าระหว่าง 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ในข่ายของบริษัทยาฮูตามที่มีข่าวออกมาหรือไม่ ทั้งนี้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ซื้อธุรกิจไปแล้วราว 15-20 แห่ง "อะไรๆ ก็เป็นไปได้แต่ในที่นี้ไม่ขอเจาะจงว่าเป็นข้อตกลงทางธุรกิจใดที่เป็นไปได้ เพราะปกติไมโครซอฟท์ไม่สนใจข้อตกลงธุรกิจขนาดใหญ่มากเกินกว่าขนาดธุรกิจ ทั้งหมดของบริษัท แต่จะมองข้อตกลงที่ลงตัวกับสิ่งที่ทำหรือแพล็ตฟอร์มที่เสริมการทำธุรกิจ ใหม่" นายบอลเมอร์กล่าว
ไมโครซอฟท์ยังมองอนาคตตลาดซอฟต์แวร์ที่จะเปลี่ยนไปสู่รูปแบบซอฟต์แวร์บวก กับบริการ ซึ่งเชื่อมโยงกับบริการบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น บริการที่สนใจเช่นบริการซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์ให้บริการผ่านออนไลน์ ซอฟต์แวร์ที่ได้รับการสนับสนุนด้านรายได้จากโฆษณาจนถึงรูปแบบการให้บริการ บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมทั้งสมาร์ทโฟน และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ้อด ภายใต้เป้าหมายของนโยบายใหม่ไม่ใช่เพียงคำนึงว่าจะพัฒนาซอฟต์แวร์และจัด จำหน่ายไปอย่างไร แต่จะคำนึงถึงวิธีที่จะทำรายได้เข้าองค์กร
ส่วนทางกูเกิล อิงค์ก็มีแผนขยายธุรกิจด้วยการซื้อกิจการเช่นกัน โดยนายอีริค ชมิดท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิลเผยว่าบริษัทสนใจที่จะใช้การซื้อธุรกิจ โดยเฉพาะที่เป็นรายเล็ก เป็นช่องทางขยายการเติบโต ทั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อแข่งกับใครแต่เน้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างการเติบ โตให้กับองค์กรกูเกิลเองเป็นหลัก โดยเฉพาะเพื่อดึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และวิศวกรที่มีความสามารถเข้ามาเสริม แต่เช่นกันก็เปิดโอกาสซื้อธุรกิจขนาดใหญ่ไว้เหมือนกัน โดยในช่วงไม่ถึงปีกูเกิลมีข้อตกลงธุรกิจขนาดใหญ่อยู่บ้างเช่น ซื้อเว็บวีดีโอยูทิวบ์มูลค่า 1,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพ.ย. ปีก่อน และเดือนที่แล้วประกาศซื้อเว็บดับเบิลคลิ้กที่ให้บริการและเทคโนโลยีโฆษณา ออนไลน์ด้วยมูลค่าข้อตกลง 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ กูเกิลยังมีแผนสร้างธุรกิจให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ไม่เพียงด้านค้นหาข้อมูลบน อินเตอร์เน็ต และโฆษณาออนไลน์เท่านั้น แต่มองถึงบริการระบบงานซอฟต์แวร์ผ่านทางออนไลน์ด้วย ดังที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปีก่อนกับระบบงานซอฟต์แวร์ "กูเกิล แอพพ์ส" ซึ่งเป็นกลุ่มระบบงานซอฟต์แวร์ออนไลน์และเครื่องมือสร้างเว็บที่ให้บริการ ฟรีผ่านออนไลน์ และเสนอระบบงานแบบพรีเมียมซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ต้องเสียค่าไลเซนส์สำหรับ ภาคธุรกิจ ภารรัฐ และมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการออนไลน์ ที่แน่ๆจากยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตที่ใกล้เคียงกัน น่าจะยิ่งส่งให้การแข่งขันของกูเกิลและไมโครซอฟท์ในตลาดให้บริการบนโลก ออนไลน์ในอนาคตยิ่งร้อนแรงขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2218 17 พ.ค. - 19 พ.ค. 2550